สัตว์เลี้ยง

ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในไทยคึกคัก

ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในไทยคึกคัก

ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยปีนี้มีความเคลื่อนไหวกันอย่างมีสีสันและมีความคึกคัก นับเป็นตลาดขนาดใหญ่มูลค่านับแสนล้านบาท ไล่ตามตลาดอาหารสำหรับมนุษย์ในยุคสมัยของการกินดีอยู่ดี สภาพทางสังคมบีบบังคับอยู่ตัวคนเดียว ไร้ลูกหลาน การเลี้ยงสัตว์ไว้เป็นเพื่อนคลายเหงาจึงเป็นอีกหนึ่งทางออก

ที่น่าสนใจมากกว่านั่นก็คือเป็นตลาดที่เติบโตในระดับสูงแม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด–19 ภาวะเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่ส่งผลให้ราคาสินค้ายกแผงขึ้นราคาทำให้ผู้บริโภคจะต้องคิดหนักถึงการควักกระเป๋าจ่ายซื้อสินค้าในแต่ละครั้ง

แต่ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงกลับถูกให้ความสำคัญถึงขั้นที่มนุษย์เรายอมประหยัดการใช้จ่ายอาหารของตนแทน อาจเป็นเพราะมีความผูกพันและให้ความสำคัญกับคุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่จะบริโภคเข้าไปและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง

สัตว์เลี้ยง

จากการเป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่อันดับต้นๆของโลก ทำให้มีความพร้อมทางด้านวัตถุดิบ เทคโนโลยีการแปรรูปอาหารขั้นสูง ถูกขยายไลน์ไปผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงของไทยกลายเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับสอง มีสัดส่วนตลาดถึง 10% โดยผู้ผลิตอาหารยักษ์ใหญ่แทบทุกรายได้รุกธุรกิจอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงกัน

ในรอบปีนี้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง “เนสท์เล่” ได้ประกาศเปิดโรงงานเนสท์เล่ เพียวริน่า เพ็ทแคร์ แห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง โดยใช้เทคโนโลยีสุดล้ำระดับโลกในการผลิตอาหารแมวชนิดเปียกคุณภาพระดับพรีเมียม

โดยได้ลงทุนถึง 5,000 ล้านบาท ผลิตอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง ภายใต้แบรนด์เพียวริน่า วัน, โปรแพลน, เฟลิกซ์ และแฟนซี ฟีสต์ เพื่อรองรับตลาดในประเทศไทย และจะส่งออกไปยังประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชีย โอเชียเนีย และแอฟริกา รวมถึงญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์เมื่อเร็วๆนี้ผู้ผลิตอาหารยักษ์ใหญ่ของไทย 2 รายประกาศนำบริษัทลูกเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อระดมทุนในการจะขยายกิจการในกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงไปสู่ระดับโลก